รายงานพิเศษ : สุดยอดเยาวชน Kidsai Thailand season 3 ภารกิจต่างแดน @Japan

IMG_0326สุดยอดเยาวชน Kidsai Thailand season 3
ภารกิจต่างแดน @Japanหลังจากการประกวดค้นหาสุดยอดเยาวชน คิดใส ไทยแลนด์ ซีซั่น 3 ได้เสร็จสิ้นลงพร้อมกับความสำเร็จในการพัฒนาทักษะและการเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้มีเวทีแสดงความสามารถพิเศษ ชิงชนะเลิศรับโล่เกียรติคุณ พร้อมรับทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี และรางวัลสุดพิเศษกับทริปศึกษาดูงาน ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อการเรียนรู้สู่โลกกว้าง

อย่างที่เราทราบกันดีว่า ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องของความเจริญก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีอย่างมาก สภาพแวดล้อมที่สะอาดเป็นระเบียบ พร้อมทั้งยังคงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมจากรุ่นสู่รุ่นไว้อย่างเหนียวแน่น จึงไม่แปลกเลยที่ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศในฝันของใครหลายคน ทางโครงการได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของความสำเร็จนี้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและประโยชน์ในการพัฒนาทักษะพื้นฐาน ทั้ง 5 ด้าน ของเยาวชนไทย ซึ่งก็คือ ด้านการศึกษา ด้านศาสนา ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านกีฬา และด้านสิ่งแวดล้อม จึงได้ยกทัพบินลัดฟ้าจากดินแดนสยามสู่ดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย

ทริปศึกษาดูงาน “Kidsai Thailand in Japan” ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีอย่าง บริษัท ตราแม่ครัว จำกัด และ บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) โดยมี ดร.วีรินทร์ทิรา นาทองบ่อจรัส ประธานโครงการฯ และ คุณธนินวัฒน์ พัฒนวีรคุณ ประธานบริหาร บริษัท 360 องศา เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด นำทัพ 3 สุดยอดเยาวชน คิดใส ไทยแลนด์ ซีซั่น 3 ได้แก่ นางสาวชุดาภา แซ่ว่าง (น้องพราว), นายชยุทธนาท นันท์ดี (น้องโต), นายวิณณวิชญ์ ศรีประสงค์ (น้องแพท) เดินทางปฎิบัติภารกิจสุดเข้มข้น จัดเต็มแบบ 360 องศา

รถไฟจากเมืองสยาม สู่แดนอาทิตย์อุทัย
เส้นทางการเดินทางเริ่มตั้งแต่ สนามบินสุวรรณภูมิ มุ่งตรงสู่ สนามบินนานาชาตินาริตะ ซึ่งได้รับการต้อนรับด้วยอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิ กว่า 7 องศาเซลเซียส บวกกับสายลมเย็นๆ ท้องฟ้าปลอดโปร่ง แสงแดดอ่อนๆ ถือเป็นความประทับใจแรก สำหรับการมาเยือนต่างแดน เมื่อชื่นชมกับบรรยากาศกันพอสมควรแล้วไม่รอช้าขึ้นรถบัสเพื่อออกเดินทางสู่การปฏิบัติ ภารกิจแรก “เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่น” ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการเข้าใจ เข้าถึง แนวคิด วิถีชีวิต ความเป็นมา ของคนญี่ปุ่นกันก่อน เพราะถือเป็นรากฐานสำคัญอย่างหน่ึงในการพัฒนา สร้างสรรค์ สู่ความสำเร็จในระดับประเทศได้ แหล่งเรียนรู้ของเราในครั้งนี้ คือ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งโบโนโซมูระ สถานที่จำลองบรรยกาศหมู่บ้านโบราณในยุคเอโดะ จัดแสดงเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตท้องถิ่นแบบดั้งเดิมและงานฝีมือของภูมิภาคโบโซ จังหวัดชิบะ เอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่นที่ได้ถูกถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรมการสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย การประกอบอาชีพ อาทิ การทำกระดาษ การทำเทียนหอม เครื่องปั้นหัตถกรรม และที่นี่ยังมีกิจกรรม work shop เพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับนักท่องเที่ยว การทดลองใส่ชุดจำลองแบบซามูไร และชุดกิมโมโนที่สวยงาม ซึ่งกิจกรรมที่ พราว โต แพท ต้องทดสอบคือการชงชาและการดื่มชาแบบดั้งเดิมที่มีขั้นตอนพิถีพิถันปราณีต การดื่มชามักจะดื่มคู่กับขนมที่มีรสชาติหวานๆ เพื่อตัดรสขมของน้ำชา และก่อนที่จะดื่มนั้นต้องทำการคำนับเคารพให้เกียรติเจ้าของบ้านกันก่อน จากนั้นหยิบแก้วชาด้วยมือขวา ประคองก้นแก้วด้วยมือซ้าย หมุนแก้วชาประมาณสองรอบเพื่อเลือกดื่มบริเวณขอบแก้วที่ไม่มีลวดลายใดๆ เพียงจุดเล็กๆ เท่านี้ก็สามารถสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมอันละเอียดละอ่อน ใส่ใจทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น

ดื่มชาแต่ในความสวยงามของชีวิตก็มักจะมีอีกมุมที่ชาวญี่ปุ่นต้องเผชิญกับความยากลำบากในการต่อสู้เอาชีวิตรอดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดินไหว พายุ ไฟไหม้ และ ควัน ชาวญี่ปุ่นจะมีวิธีการป้องกันและเอาตัวรอดได้อย่างไร เป็นโจทย์ที่ต้องหาคำตอบในภารกิจที่สอง “เรียนรู้ท่ามกลางโลกเปลี่ยนแปลง” ซึ่งเป็นการพัฒนาทักษะด้านสิ่งแวดล้อม สัมผัสความรู้สึกจริง และเรียนรู้วิธีการรับมืออย่างถูกต้อง เมื่อเผชิญกับแผ่นดินไหวขนาด 9 ริกเตอร์ การตอบสนองที่ถูกต้องคือการหลบใต้โต๊ะ หรือ หาของแข็งทำเป็นกำบังป้องกันศรีษะ เพราะเป็นจุดสำคัญมากของร่างกาย เพิ่มความตื่นเต้นด้วยการสัมผัสกับพายุไต้ฝุ่น ด้วยความแรงลมกับสายฝนจำลอง แม้เพียงไม่กี่วินาที แต่ก็ได้รับรู้ถึงความยากลำบากของผู้ประสบภัย จึงไม่ต้องงสงสัยว่าในสถานกาารณ์จริงที่ต้องเผชิญในระยะเวลาที่ยาวนาน พายุรุนแรงนี้ได้ทำลายสร้างความเสียหายมากเพียงใด ต่อด้วยสถานการณ์จำลองหากเกิดไฟไหม้ในตัวอาคารที่อยู่อาศัย ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือการตะโกนขอความช่วยเหลือโดยตะโกนว่า “ฮาจิดะ” ส่วนวิธีการดับเพลงิขั้นต้น เราสามารถใช้ถังดับเพลิงได้ เชื่อว่าหลายๆ คน คงเคยเห็นถังดับเพลิงตามสถานที่ต่างๆ แต่น้อยคนที่จะรู้วิธการใช้งาน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ควรมองข้าม เพราะ สามารถช่วยแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้นได้ ปิดท้ายภารกิจนี้ด้วยการหนีรอดจากควันไฟ ที่ต้องใช้สติอย่างมาก เพราะเมื่อเกิดไฟไหม้แล้ว ปัญหาที่ตามมานั่นก็คือไฟดับและปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากควันไฟ การต่อสู้ท่ามกลางความมืด และขาดอากาศหายใจ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย การแก้ไขสถานการณ์เพื่อหลบหนีหาทางออกจากตัวอาหาคาร คือ การหมอบตัวลงต่ำ คลำทางด้วยผนังห้อง จนเจอประตูทางออก การเรียนรู้ในวันนี้ได้สร้างความตระหนักและการตื่นตัวให้กับน้องๆ อยากมาก แม้ว่าในช่วงชีวิตที่ผ่านมา อาจจะยังไม่มีใครเคยเผชิญกับภัยพิบัติเหล่านี้ แต่มั่นใจได้ว่าความรู้ในวันนี้จะเป็นภูมิคุ้มกันให้พวกเค้าและคนใกล้ชิดได้อย่างแน่นอน

เมื่อการเรียนรู้ต่างๆ ของวันนี้จบลง พระอาทิตย์ก็กำลังจะลับขอบฟ้าเช่นกัน ทางโครงการฯ ขอปิดท้ายภารกิจของวันแรกด้วยการชื่นขมบรรยากาศอันสวยงามของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี บริเวณสวนสาธารณะทะเลสาบ คาวาคูจิโกะ ที่ถูกประดับตกแต่งด้วยสีสันของไฟยามค่ำคืน ท่ามกลางอุณหภูมิกว่า 0 องศาเซลเซีลส แม้อากาศจะหนาวเย็นยะเยือก แต่ก็เป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่ยากจะลืม ส่วนการเข้าพักที่โรงแรมในคืนแรกนี้ก็ไม่พลาดที่จะให้น้องๆ ได้สัมผัสกับวิถีแบบญี่ปุ่น เมนูอาหารเย็นวันนี้ถูกจัดแบบญี่ปุ่นโบราณ “ชุดไคเซกิ” อาหารงานศิลป์ชั้นสูง ที่ใช้สำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองของที่นี่ ซึ่งมีกรรมวิธีการปรุงอาหารที่ปราณีต สวยงามมากๆ ความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านี้ น้องๆ ยังมีโอกาสได้สัมผัสกับการแช่นำ้แร่ออนเซ็น ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าจะทำให้ผิวพรรณสดใสและช่วยในการหมุนเวียนของระบบเลือด และการสวมชุดนอนแบบยูกะตะ พร้อมบรรยากาศห้องนอนแบบสมัยโบราณ การมาเยือนญี่ปุ่นในวันแรกนี้ก็ได้ปลุกพลังในตัวของน้องๆ อย่างมากทั้งความรู้และความสนุก

บ้านโบราณวัดอาซากุซะ 1ต้อนรับเช้าวันที่สอง
ก่อนเริ่มทำภารกิจ ขอกระตุ้นความพร้อมด้วยการชม ภูเขาไฟฟูจิ แบบใกล้ๆ ที่ทะเทสาบคาวาฟูจิโกะ จุดชมไฟประดับเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่พัก ถือเป็นความโชคดีมากๆ เพราะอยากมากที่จะได้เห็นฟูจิซังอย่างชัดเจนในช่วงเวลานี้ คนท้องถิ่นเองก็ยังไม่กล้าที่จะการันตีว่าจะเห็นหรือไม่ เมื่อพลังถูกชาร์ตมาอย่างเต็มที่แล้ว เวลาของภารกิจที่สามก็เริ่มขึ้นเช่นกัน การเรียนรู้เรื่องราวของศาสนา ก็ถือเป็นพื้นฐานสำคัญเช่นกันในการดำเนินชีวิต เป้าหมายต่อไปจึงเป็นพุทธศถาน “วัดเซนโซจิ เป็นวัดใหญ่ในย่านอาซากุซะ จนบางคนนิยมเรียกว่าวัดอาซากุซะ หรือวัดโคมแดง (Asakusa Kannon Temple) เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และเป็นที่นิยมมากที่สุดวัดหนึ่งของเมืองโตเกียว ที่มีผู้คนเดินทางมาสักการะและเที่ยวชมได้ทั้งตัววัดและบริเวณภายนอก การเข้าวัดของที่นี่ก็มีขั้นตอนที่ต้องเรียนรู้เช่นกัน คนยี่ปุ่นมีความเชื่อว่าหากเมื่อใดที่จะเข้าไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ก็ต้องชำระร่างกาย จิตใจ ให้สะอาดบริสุทธิ น้องๆ สุดยอดเยาวชนของเราก็ปฎิบัติตามประเพณีได้เป็นอย่างดี ทุกคนจะต้องหยุดโค้งคำนับ 1 ครั้ง หน้าประตูทางเข้า จากนั้นหยุดที่จุดชำระล้างอีกหนึ่งครั้ง โดยการการใช้กระบวยตักน้ำด้วยมือขวา เพื่อเทล้างมือซ้าย แต่อย่าเทน้ำจนหมด เพราะต้องสลับใช้มือซ้ายล้างมือขวา และมือซ้ายตวงน้ำเพื่อบ้วนปาก จบด้วยการตั้งกระบวยขึ้นเพื่อให้สายน้ำในกระบวยล้างตัวเอง เป็นอันจบพิธีการชะระล้าง จากนั้นการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธินี้เมื่อจุธูปอธิษฐานเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมที่จะกวักควันธูปในกระถางให้พัดเข้าตัวของเราด้วย บรรยากาศของวัดอาซากุซะแห่งนี้คึกคักเป็นอย่างมากทั้งเจ้าบ้านและนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายภาษา พร้อมสีสันของชุดกิโมโนที่หญิงสาวชาวญี่ปุ่นมักสวมใส่เวลาเข้าวัดหรือเทศกาลสำคัญ

มื้อเที่ยงของวันนี้ อร่อยด้วยราเมงชามโต อาหารประจำชาติของคนญี่ปุ่น ที่อยู่ในซอยเล็กๆ แต่ด้วยสูตรตำรับดั้งเดิมความหอมและรสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อม ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมาก ทำให้พลังความสุขความของทุกคนพุ่งปรี๊ด พร้อมที่จะลุยภารกิจสำคัญในช่วงบ่าย นั่นก็คือการเข้าชมศึกษาเบื้องหลังการทำงานของสื่อโทรทัศน์แบบ Global อย่างสถานีโทรทัศน์ NHK สื่ออันดับต้นๆ ของกรุงโตเกียว เรื่องราวความเป็นมา รวมถึงเทคโนโลยี ต่างๆ ได้ให้ความรู้ที่กว้างไกลแก่น้องๆ มากมาย แต่ช่วงเวลาความตื่นเต้นก็ไม่รอช้า เมื่อภารกิจที่สี่เรียกหา การพัฒนาด้านการศึกษาและเทคโนโลยี “การทดลองประกาศข่าวในสตูดิโอจำลอง” ซึ่งงานนี้น้องๆ ถูกทดสอบด้วยการอ่านข่าวสดพร้อมสคริปข่าวที่เป็นภาษาอังกฤษ แต่โชคดีที่ได้ผู้ประกาศข่าวตัวจริง อย่าง ดร.ปอ วีรินทร์ทิรา นาทองบ่อจรัส ได้ร่วมภารกิจครั้งนี้ด้วย พราว แพท รับหน้าที่ผู็ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศ ส่วนโตรับหน้าที่ผู้ประกาศคู่กับดร.ปอ ซึ่งแม้น้องๆ จะมีความตื่นเต้นและความกังวัลเรื่องภาษา แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด ทุกคนสามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมมีกำลังใจเกินร้อยจาก ดร.ปอ ทำให้เพียงเทคเดียวผ่าน สร้างความภาคภูมิใจให้กับทางโครงการอย่างยิ่ง

ต่อด้วยเรื่องราวของเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของชาติญี่ปุ่นที่มักจะมีนวัตกรรม เทคโนโลยีที่ทันสมัย ออกมาสร้างกระแสทางด้านเศรษฐกิจและการตลาดอยู่เสมอ ครั้งนี้เราจึงไม่พลาดที่จะขอเจาะลึกนวัตกรรมล่าสุด ที่ใกล้ตัว อย่างรถนิสสันรุ่นใหม่ ณ นิสสัน คอสซิ่ง (Nissan Crossing) ตั้งอยู่ย่านกิซ่า (Ginza) ที่ออกแบบได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะ ระบบปฏิบัติการ ฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ออกแบบภายใต้การประหยัดน้ำมัน หรือการสร้างแบบระบบไฟฟ้า เพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นิสสันลุยต่อ ภารกิจวันท่ีสาม
การเดินทางในวันที่สามนี้ การเดินทางในวันนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะเมื่อเช็คดูจากแอพพลิเคชั่น ตัวเลขจำนวนก้าวเดินของแต่ละคนในวันนี้พุ่งสูงถึง 20,000 กว่าก้าว จะไปที่ไหนกันบ้างเรามาเดินทางไปพร้อมๆ กันเลย วันนี้ขอเพิ่มความเป็นคนญี่ปุ่นแท้ โดยการใช้รถไฟ ทั้งแบบ Sky Line และ JRT ขอบอกเลยว่าไม่ง่ายเลย เพราะต้องแข่งกับเวลาและการทำความเข้าใจกับแผนที่ซึ่งมีมากกว่า 10 สายเส้นทาง แล้วต่อด้วยการขึ้นรถบัสหรือรถเมล์บ้านเรา ภายใต้ความเร่งรีบวุ่นวายของคนเมืองโตเกียว แต่สิ่งที่ยังคงความเป็นญี่ปุ่นแท้ คือการเข้าคิว ถือเป็นตัวอย่างที่ดีมาก เพราะระเบียบวินัยเล็กๆ นี้ก็สามารถสร้างความสำเร็จในระดับชาติได้เช่นกัน ขอเพิ่มเติมเรื่องราวของศิลปวัฒนธรรมกันอีกครั้งหนึ่ง นั่นก็คือพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมกลางแจ้ง เอโดะ-โตเกียว (Tokyo open air Architectural museum) เป็นการแสดงบ้านโบราณสมัยเมจิอายุ 150-200 ปี (สมัยก่อนรัชกาลที่ 5 ของไทย) ที่ทางรัฐบาลญี่ปุ่นนำของจริงมาเก็บไว้บนเนื้อที่ประมาณ 7 เฮกตาร์ เนื่องจากไม่สามารถอนุรักษ์ไว้ในสถานที่เดิมได้ ที่ประกอบด้วย ตึกประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม บ้านชาวนา บ้านขุนนาง บ้านพ่อค้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญไปยังรุ่นต่อไป

ปิดภารกิจสุดท้าย ตามรอยความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ด้านกีฬาของประเทศญี่ปุ่น ณ โตเกียวโอลิมปิก เมโมเรียล แกเลอรี่ (Tokyo Olympic Memorial Gallery) พิพิธภัณฑ์ที่เก็บเรื่องราวมาจากเกมโอลิมปิกฤดูร้อนในกรุงโตเกียว ปี 1964 มีส่วนของการจัดแสดงนิทรรศการอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในเกม รวมถึงกระถางจุดคบเพลิงขนาด 1.2 ก.ก. การได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดแข่งขันโลอมปิกนั้น ถือเป็นความสำเร้จที่ยิ่งใหญ่มากๆ เพราะเป็นเครื่องสะท้อนที่ดีว่าประเทศนั้นๆ ต้องมีสภาพเศรษฐกิจที่มั่นคง การเมืองการปกครองที่มีความเสถียรภาพสูง สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย และวัฒนธรรมที่ดีงาม และความภาคภูมิใจของชาวญี่ปุ่นก็ใกล้จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกอีกครั้งในปี 2020

เมื่อมาเยือนถึงญี่ปุ่นแล้ว หลังภารกิจต่างๆ เสร็จเสร็จ ก็ไม่พลาดที่จะขอพาน้องๆ ได้พักผ่อนชิลๆ กันก่อนที่จะเดินทางกลับเมืองไทย ชเยี่ยมชมแหล่งรวมของวัยรุ่น ณ ย่านชิบูย่า (Shibuya) ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของวัยรุ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแฟชั่น มีแหล่งช้อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ร้านค้า รวมทั้งช็อปของแบรนด์ดังตั้งอยู่มากมาย นอกจากนั้นแล้วยังมีร้านอาหารและแหล่งบันเทิงอย่างครบครัน มีผู้คนทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินขวักไขว่อยู่ตลอดคืน

IMG_0217“เป็นครั้งแรกที่ได้ไปต่างประเทศไกลถึงญี่ปุ่นรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากๆต้องขอขอบคุณโครงการดีๆที่ทำให้พวกเราได้มีโอกาสที่ดีอย่างนีได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานไกลถึงญี่ปุ่นในการศึกษาดูงานในครั้งนี้ได้ความรู้มากมายพร้อมกับความสนุกสนานอีกด้วยได้ความรู้และความสุข ทุกๆ สถานที่ ที่ได้ไปประทับใจมากๆค่ะความรู้ที่ได้ยังสามารถที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วยสิ่งที่เข้าประทับใจที่สุดนั่นก็คือระเบียบวินัยซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนเช่นการต่อแถวข้ามถนนการต่อแถวขึ้นลิฟ บ้านเมืองสะอาด อีกอย่างหนึ่งที่ประทับใจก็คือรอยยิ้มของคนญี่ปุ่นยิ้มแย้มแจ่มใส” พราว ชุดาภา แซ่ว่าง ชนะเลิศ สุดยอดเยาวชน คิดใส ไทยแลนด์ ซีซั่น 3

IMG_0222“การได้ไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นในครั้งดี ดีใจมากๆและสนุกมากๆครับ พร้อมทั้งได้รับความรู้มากมายกลับมาใช้ในประเทศไทยและบอกต่อความรู้ให้กับเพื่อนๆและยังเติมเต็มองค์ประกอบ 5 ด้านอย่างสร้างสรรค์ ขอขอบคุณโอกาสดีๆแบบนี้นะครับ และผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่ให้การสนับสนุนตลอดมาครับ” โต ชยุทธนาท นันท์ดี รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง สุดยอดเยาวชน คิดใส ไทยแลนด์ ซีซั่น 3

IMG_0219

“ความรู้สึกที่ได้ไปญี่ปุ่นครั้งนี้ รู้สึก ดีใจ และรู้สึก ปราบปลื้ม มาก ที่ ที่ได้เห็น การเป็นอยู่ วัฒนธรรม ของชาวญี่ปุ่น ที่เป็น เอกลักษณ์ เเละเป็นระเบียบ และภารกิจที่ได้ทำ ช่วย เติมเต็ม ได้เห็นการใช้ชีวิต ของคนโบราณ ในประเทศญี่ปุ่น รายการไปญี่ปุ่นครั้งนี้ประสบการที่ดี สำหรับพวกเรา และขอขอบพระคุณ ผู้ใหญ่ใจดี ผลิตภัณฑ์ตราแม่ครัวและผลิตภัณฑ์ตราองุ่นที่ สนับสนุนให้เกิดโครงการดีๆ แบบนี้ ตลอดมา ขอขอบคุณ พี่ๆ ทีมงาน ที่คอยช่วยเหลือ พวกเรามาตลอด ประสบการณ์ครั้งนี้ เราจะไม่ลืมเลย ขอบพระคุณมากครับ” แพท วิณณวิชย์ ศรีประสงค์ รองชนะเลิศอันดับสอง สุดยอดเยาวชน คิดใส ไทยแลนด์ ซีซั่น 3

เดินทางกลับเมืองไทย
ภารกิจทั้ง 5 ด้าน ได้สำเร็จเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ทริปนี้ได้จัดเต็มทั้งสาระ ความรู้ ความสนุก ประสบการณ์ มากมาย ใครที่มีโอกาสการศึกษาเรียนรู้ในดินแดนต่างประเทศนั้น หากเรามองถึงแง่มุมต่างๆ ที่แฝงอยู่มากกว่าการเดินทางมาเที่ยวเพียงอย่างเดียว ก็จะเห็นว่ามีเรื่องราวอีกมากมายที่เรายังไม่รู้ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจ เกิดจินตนา ความคิดสร้างสรรคื รวมถึงการนำปรับใช้ เพื่อการดำเนินชีวิตที่ดีขึ้น การมาเยือนประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ เราได้เรียนรู้ถึงที่มาความสำเร็จในด้านการพัฒนาชาติ การคงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่งดงามดั้งเดิม ภายใต้ความล้ำสมัยของเทคโนโลยี ที่ไม่เพียงแต่เอื้ออำนวย ความสะดวกสบาย แต่ยังคำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม รวมถึงการมุ่งมั่นด้านกีฬา ที่เป็นพื้นฐานของคุณภาพชีวิตที่ดี โครงการคิดใส ไทยแลนด์ ได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องต่างๆ เหล่านี้เป็นอย่างยิ่ง และจะยังคงความเข้มข้นของการศึกษาเรียนพัฒนาของเยาวชนไทยแบบนี้ต่อไป ใครที่พร้อมจะล่าตามความฝันสู่การเป็นมืออาชีพ และคนคุณภาพของสังคม เตรียมตัวพบกันได้ใหม่ ใน คิดใส ไทยแลนด์ ซีซั่น 4 หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ fan page คิดใส ใจสะอาด

“แค่กล้า…..ก็พบความสำเร็จ”

TV360 : เพราะนี่คือ ทีวี!! สามร้อยหกสิบองศา © 2018 All Rights Reserved

Footer Logo