ถอดรหัสความสำเร็จ แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์ CEO แห่งอาณาจักรกิฟฟารีน

mag-article-vip1mag-article-vip2กองบรรณาธิการ : คุณหมอเป็นที่ชื่นชมของผู้คนมากมาย อยากให้คุณหมอนิยามความเป็น แพทย์หญิงนลินี ในมุมมองของคุณหมอเองค่ะพญ.นลินี : ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ชื่นชมนะคะ แต่ถ้าเผื่อถามตัวเอง ก็เป็นคนง่ายๆ มีความรู้สึกเสมอว่าจากชีวิตที่ผ่านมาที่เป็นหมอดูแลคนไข้มาแล้วก็มาทำธุรกิจไม่ค่อยมองว่า Giffarine เป็นธุรกิจ แต่มองว่าเป็นงานที่เรารัก เป็นงานที่เราได้ช่วยคนให้มีอาชีพ มีรายได้ เป็นงานที่เราเป็นเหมือนแม่ เป็นพี่ เป็นครูให้กับคนที่เค้าอาจจะไม่เคยทำธุรกิจให้เค้าทำธุรกิจเป็น เราก็อาจ
จะเป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสได้รู้จักคนมากๆ โอกาสที่จะได้ช่วยคนมากๆ และพร้อมที่จะเป็นเพื่อนกับทุกคน ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนมีชื่อเสียง ไม่ได้ต้องการชื่อเสียงอะไรมากมาย แต่มีความรู้สึกว่าเราอยากทำอะไรสักอย่างที่ทำให้ชีวิตของเรามีคุณค่าและมีความสุขมากกว่า นี่คือนิยามของตัวเองค่ะบรรณาธิการ : อะไรคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของคุณหมอค่ะพญ.นลินี :ในชีวิตของคนที่ทำธุรกิจปฏิเสธไม่ได้เลยว่าก็มีข้อผิดพลาด ข้อบกพร่อง มีปัญหาอุปสรรค มีสิ่งที่เราคิดผิดเยอะมาตลอดทาง เพียงแต่ว่าเมื่อเกิดสิ่งเหล่านั้นแล้ว เราแก้ไขยังไง เรามีวิธีคิดต่อปัญหานั้นยังไง ปัญหามีไว้ให้เราศึกษา ว่ามันเป็นบทเรียนหรือมันเป็นทางผ่าน มันเกิดอะไรขึ้น เป็นเหตุผลที่แก้ได้ไหม หรือปัญหาบางอย่างมันแก้ไม่ได้ก็ต้องวางลงไป อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์บางอย่างออกมาเรานึกว่าต้องขายดีมาก แต่มันก็อาจจะขายไม่ดีมากก็ได้ แต่บางตัวเราไม่ได้คาดหวัง ผู้บริโภคก็อาจจะชอบก็ได้ เพราะฉะนั้นไม่มีใครหรอกคะ ที่ทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จทุกเรื่อง เพียงแต่ว่เมื่อเรพบกับสิ่งที่ไม่สำเร็จขึ้นมา เราคิดยังไงกับมัน เราใช้มันเป็นบทเรียน หรือว่าทำให้เราเดินไปข้างหน้าไม่ได้ ถ้าเราคิดว่ามันเป็นบทเรียนเราก็ศึกษามาแล้วก็ลุกขึ้นวิ่ง แล้วก็ไม่ทำแบบนั้นอีก มองว่าทุกคนมีทุกข์มีสุขด้วยกันทั้งนั้น และก็มีเรื่องให้กระชากหัวใจกันทุกวันนะคะ แต่ว่าถ้าเรายังมีคนที่เรารักและยังต้องรับผิดชอบดูแลเขาอยู่เราก็ไม่สามารถที่จะอยู่หรือท้อถอยได้ เพราะฉะนั้นแรงบันดาลใจของเราตอนนี้คือความรับผิดชอบที่เรามีต่อคนอีกหลายล้านคน ถ้าเราต้องมาเสียกำลังใจ พวกเขาก็จะมีผลไปด้วย สำหรับตัวหมอเองไม่ได้อยู่ที่เงินแล้วเพราะมีความรู้สึกว่า เงินมีระดับนึงก็พอแล้ว มีมากไปกว่านั้น เมื่อตายไปก็เอาไปไม่ได้

กองบรรณาธิการ : นอกจากความสามารถในการบริหารธุรกิจแล้ว คุณหมอยังได้ให้ความสำคัญในการบูชาสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยาด้วย ?

พญ.นลินี : หมอมองว่าท่านเป็นวีรสตรี เป็นผู้หญิงที่เด็ดเดี่ยวที่สุด เป็นผู้หญิงที่กล้ำหาญชาญชัยที่สุด เป็นผู้หญิงที่คิดถึงคนอื่นมากที่สุด ตอนที่เริ่มทำ Giffarine นี้ก็ได้เอาความรู้สึกความเสียสละของท่านมาเป็นกำลังใจของตนเอง เรื่องของการเวียนว่ายตายเกิดดวงพระวิญญาณจะอยู่ที่ไหนเราไม่รู้ แต่สิ่งที่ทำมาตลอดคือทำบุญถวายพระองคืท่านมาตลอดและก็จะทำตลอดไป เพราะถือว่าพระองค์ท่านเป็นแรงบันดาลใจ เป็นองค์บูรพกษัตริย์ตรีที่สร้างแรงบันดาลใจ เมื่อไหร่ที่ท้อถอยก็จะคิดไปถึงเรื่องของพระองค์ท่าน ก็จะทำให้เข้มแข็งขึ้นมาและที่สำคัญก็มีพ่อหลวงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจด้วย เราได้เห็นพระองค์ท่านทรงงานไปในที่ที่เราไม่ไปกัน เราไม่ไปลุยโคลน เราไม่ไปตากแดด แต่พระองค์ท่านก็นั่งอยู่ที่พื้นกับราษฎร กางแผนที่อยู่ตลอดเวลาทำให้เรามีความรู้สึกว่าพระองค์ท่านช่างเป็นแรงบันดำลใจให้กับคนไทยทุกคน

mag-article-vip3mag-article-vip4กองบรรณาธิการ : แรงบันดาลใจนี้ก็ทำให้คุณหมอมีแนวคิดที่จะช่วยเหลือสังคมไทย ผ่านกิจกรรม CSR มาอย่างยาวนาน

พญ.นลินี : ถ้ามองนึกย้อนในอดีตก็จะเล่าให้ใครๆ ฟังเสมอว่าตอนเล็กๆ อยู่โรงเรียนมาแตร์ฯ เราก็เป็นเด็กที่อาจจะเกเรสักนิดนึง ช่วงอายุที่เกเรมากเมื่อช่วงอายุ 8- 13 ขวบ จะไม่ค่อยฟังครูสอนสักเท่าไหร่ แล้วก็ถูกทำโทษ ให้ออกมายืนคาบไม้บรรทัดหน้าห้อง ก็คิดว่าการที่คาบไม้บรรทัดเฉยๆ มันไม่ได้อะไรขึ้นมา ก็เลยหนีไปห้องสมุด แล้วหาหนังสือมา 3 เรื่องที่เราคิดว่าเราชอบ คือ เรื่องสามก๊ก เรื่องพุทธประวัติ และเรื่องสืบสวนสอบสวนของอกาธา คริสตี มีผลทำให้เราเป็นเราวันนี้และอยากช่วยสังคมเมื่อประสบความสำเร็จ และอีกอย่างโรงเรียนมาแตร์ฯ เป็นโรงเรียนคาทอลิกที่เป็นพุทธเป็นศาสนาของความรักเราก็จะมีสองอย่างที่พระเยซูสอนคือหนึ่งให้รักพระเจ้าเหนือสิ่งอื่นใดสองให้รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเอง สอนเราให้มีจิตสาธารณะ ถ้าเราคิดว่าเรารักชาติบ้านเมือง เรารักโรงเรียน เรารักประเทศชาติ เราก็ต้องมีส่วนร่วมในการช่วยกันแก้ไข ตอนที่จบออกมาเป็นแพทย์ใหม่ๆ เพิ่งแต่งงาน เงินเดือน 5,000 บาท ก็ได้ส่งเด็กเรียนหนังสือคนนึงทั้งที่ยังไม่ทำธุรกิจอะไรเลยนะคะ แล้วก็มีเด็กคนหนึ่งที่เรียนดีมากแต่คุณพ่อคุณแม่ยากจนก็ช่วยเขาเดือนละ 500 บาท สมัยนั้นถือว่าเยอะพอสมควร และส่วนความรักสัตว์ก็มาจากที่คุณพ่อปลูกฝัง บ้านเราจะมีสุนัขจรจัดมีแมวจรจัดมาอยู่เรื่อยๆ แล้วเราก็ให้ข้าวกิน ทั้งที่ไม่ได้รวยอะไรมากมาย เวลาเค้าไม่สบายก็จะพาไปหาหมอ ซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งด้วยที่ทำให้อยากเป็นหมอค่ะ

ด้วยความที่เป็นหมอสูติก็เลยผูกพันกับคนไข้ผู้หญิงมาก และมองว่าผู้หญิงถ้าไม่ได้เรียนหนังสือ อาจจะถูกเอาเปรียบค่อนข้างมาก Giffarine ตอนแรกๆ เราก็เลือกแต่ผู้หญิง แต่หลังๆ ก็มีเด็กผู้ชายเข้ามาด้วย ซึ่งก็เป็นกองทุนตั้งแต่เปิดบริษัทมา 21 ปี เป็นกองทุนส่งเด็กเรียนหนังสือไม่ว่าเค้าจะอายุเท่าไหร่ก็เข้ามาหาเราได้อาจจะเป็นประถม มัธยม อุดมศึกษา เราจะส่งน้องจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นการให้แบบไม่มีเงื่อนไขไม่ผูกพันและเมื่อเด็กจบไปแล้วเค้าก็ไม่ได้ต้องมาตอบแทนอะไรเรา นอกจากนั้นก็ช่วยทุกอย่างเท่าที่เราจะช่วยได้ อาทิการสมทบทุนคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงสถาบันที่ทำให้เรามีวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนเก่า และอีกส่วนหนึ่งคือการช่วยเหลือช้างของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยที่ลำปาง ได้ช่วยเหลือกว่า 20 ปีแล้วค่ะ ซึ่งก็ถือว่าเราเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ที่ได้ช่วยเหลือสังคม แต่ส่วนที่คิดว่าได้ทำและยิ่งใหญ่มากที่สุดคือการได้แชร์แนวคิด คนไทยทุกคนที่กำลังเป็นพ่อเป็นแม่ ที่เป็นครูแล้วมาทำงานกับเราวันนี้ ไม่ได้มาทำงานมาขายของแล้วมีรายได้เท่านั้น แต่รู้จักทำงานด้วยกันเป็นทีม รู้จักคำว่าเสียสละ รู้จักการให้แบบไม่หวังผล รู้จักการทำให้คนมีวิธีคิดเพราะถ้ามีวิธีคิดที่ถูก ชีวิตจะถูกหมดเลยถ้ามีวิธีคิดที่ผิดชีวิตจะผิดหมด ทุกวันนี้ประเทศไทยยังมีวิธีคิดที่เราอาจจะลืมคนไทยเป็นคนน่ารักและมีสิ่งดีๆ มากมายแต่เราอาจจะลืมคิดที่จะสอนเด็กของเราให้เป็นคนแข็งแกร่งช่วยเหลือตัวเองได้เป็นคนมีเมตตา ไม่เอาเปรียบใคร

mag-article-vip5เวลาที่อยู่ใน Giffarine ก็จะมีโอกาสบรรยายเองที่โรงแรมอินทรา ทุกวันอังคารหนึ่งทุ่มตรงค่ะ จะบรรยายเรื่อง Giffarine ให้คนใหม่ๆ ฟัง แต่พอสองทุ่มหรือสามทุ่มก็จะพูดให้คนที่เป็นสมาชิกของ Giffarine และเป็นผู้นำฟัง อันนี้ก็จะใส่ทุกอย่างให้เค้าหมดเลยไม่ใช่แค่เรื่องเงิน เรื่องวิธีทำงานให้รวย แต่จะสอนเค้าถึงวิธีดูแลลูก วิธีบริหารจัดการเงิน แบ่งเงินเป็น เอาเงินมาเป็นเงินออมสำหรับอนาคต เอาเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย อย่าสร้างหนี้เกินตัว และในที่สุดแล้ววิธีที่เค้าจะบริหารจัดการเงินที่ทำให้เขามีชีวิตที่ยั่งยืนและก็มีชีวิตที่มีความสุข เค้าควรทำยังไงเค้าควรเอาเงินไปสร้างกุศลเพื่อให้ใจเกิดความเมตตา เพื่อไม่เกิดความโลภไม่ให้เกิดความยึดติด ถ้าไปฟังก็จะเห็นว่าไม่ได้พูดเหมือนผู้ประกอบการคนอื่นๆ แต่มองว่าคนที่มาฟังเป็นลูกเป็นหลานเป็นน้องเป็นพี่ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเรามีโอกาสจะพูดอะไรดีๆ ให้คนฟังได้และเค้าฟังเราอยู่ เราก็ควรจะพูด

Giffarine ได้ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 21 ปี มียอดขายรวมประมาณ 70,000 กว่าล้านบาท มีตัวเลขที่เราสามารถโชว์ได้ว่าเรามอบรายได้ให้คนที่ทำธุรกิจกับเราไป 33,000 กว่าล้าน หมอก็บอกตัวเองว่าจากโลกนี้ไปบาทเดียวก็เอาไปไม่ได้ แต่ถ้าเราได้ช่วยคนไทยมีเงิน 33,000 กว่าล้าน มีเงินส่งลูกเรียนหนังสือกว่า 100,000 ครอบครัว มีเงินดูแลพ่อแม่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี พี่ว่าวันที่พี่จากโลกนี้ไปพี่ก็เอาความทรงจำตรงนี้ไปได้ อย่งน้อยเราก็ได้ทำสิ่งที่เราควรทำอย่างเต็มที่แล้ว เคยอยากเล่นการเมืองแต่ตอนนี้ไม่อยากแล้ว มีความรู้สึกว่าการเมืองต้องขึ้นกับอะไรๆ หลายอย่างมาก แต่วันนี้เป็นหมอต้อยใน Giffarine อยากทำอะไรก็ทำได้ อยากช่วยใครก็ช่วยได้และก็ไม่ได้ช่วยเขาด้วยเงินอย่างเดียว เราช่วยเขาด้วยการให้วิธีคิดที่ถูกต้อง ในฐานะที่เป็นลูกของพ่อหลวง รัชกาลที่ ๙ ในฐานะที่เป็นคนไทย ในฐานะที่เราทั้งหมดมีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศชาติให้เติบโต บทบาทที่จะขับเคลื่อนประเทศชาติให้พ้นจากความยากจนอย่างแท้จริง

mag-article-vip6กองบรรณาธิการ : นอกจากความช่วยเหลือด้านความยากจนแล้ว ทราบว่าองค์กรกิฟฟารีนยังได้ร่วมอนุรักษ์พลังงานด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนด้วย

พญ.นลินี : เรามีส่วนที่เป็นโรงงานอยู่ในนิคมอุตสำหกรรมนวนคร ทั้งด้วยมาตรฐาน ISO และมาตรฐานจากองค์กรต่างๆ ที่เรามีก็ต้องดูแลทุกอย่างให้ดีที่สุด เรื่องของการบำบัดนำเสีย ซึ่งเราก็ทำทุกอย่างครบถ้วน แต่สิ่งที่เรทำไปมากกว่านั้นคือเราสอนพนักงานในโรงงานด้วยเช่นเดียวกันว่าจริงๆ แล้วความรับผิดชอบต่อประเทศชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนด้วย ไม่ใช่แค่ทำเพื่อให้ได้ไอเอสโอเท่านั้น แต่เรทำเพื่อให้เราเป็นคนไทยที่มีความรับผิดชอบ นักธุรกิจ Giffarine น่ารักมากค่ะ เรามีห้องประชุมให้เขาใช้ฟรีชั้นบน เราจะพยายามสอนนักธุรกิจ Giffarine เสมอว่า ทุกคนคือเจ้าของบริษัทเวลาที่ไปใช้ห้องประชุม ก็จะช่วยกันปิดไฟ ปิดแอร์ กิฟฟารีนเปรียบเสมือนบ้านอีกหลัง เพราะฉะนั้นบ้านของเขาๆ ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว นี่คือสิ่งที่กลุ่มคนเล็กๆ ของ Giffarine ดูแลกัน ส่วนกับกลุ่มคนที่มาใหม่ๆ ที่เข้ามาเราก็พยายามพูดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ให้เค้าฟัง เช่น เมื่อเหตการณ์ตอนน้ำท่วมถนนสุขุมวิท พอน้ำลดก็เราจะเห็นขยะเต็มไปหมด ก็ต้องมองว่าความรับผิดชอบควรจะเกิดขึ้นทั้งสองทาง ภครัฐก็ต้องหาทางระบายท่อน้ำ ประชาชนก็ต้องตระหนักไม่ทิ้งขยะผิดที่ผิดทาง ต้องมีหน้าที่ที่จะรู้ว่าต้องหาทางจัดการกับขยะของตัวเอง เพราะถ้าทิ้งไปแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับตัวเองเท่านั้น แต่สร้างความเสียหายให้กับส่วนรวมด้วย นี่คือวิธีคิด ถ้าวิธีคิดดี ประเทศชาติก็จะพัฒนาค่ะ

กองบรรณาธิการ : อยากให้คุณหมอฝากข้อความจากใจ ถึงคนไทยในยุคปัจจุบันด้วยค่ะ

mag-article-vip7พญ.นลินี : ตอนที่หมอเล็กๆ มีวิชาเรียนชื่อหน้าที่พลเมืองแต่ทุกวันนี้ไม่มีแล้ว ซึ่งจริงๆ เด็กเยาวชนควรจะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่เรามีสิทธิเราต้องมีหน้าที่ประกอบกันเชื่อว่าก็จะไม่มีการเดินขบวนประท้วงขอไม่จ่ายหนี้ มันไม่ค่อยสมเหตุสมผลเมื่อทำหนี้แล้วไม่จ่าย อันนี้ก็ต้องมองเลยว่าคุณควรจะคิดที่จะไม่ก่อหนี้และช่วยตัวเองให้ได้ก่อนยุคนี้คนยากจนถ้ามีวิธีคิดที่ถูก ลูกของเขาจะได้เรียนหนังสือมากกว่าอดีต เพราะรัฐบาลช่วยเรื่องเรียนขั้นพื้นฐานจนถึงจบ ม.6 ทุกคนมีหน้าที่ในการดูแลประเทศชาติร่วมกันโดยการที่ไม่เป็นภาระของรัฐบาล และทำมาหากินจนกระทั่งมีความสามารถในการเสียภาษี มองว่าไม่อยากให้รัฐบาลไปเก็บภาษีคนที่เสียภาษีมากๆ อยู่แล้ว แต่อยากให้รัฐบาลกระตุ้นคนไทยทำงานแล้วมีรายได้มากพอที่จะเสียภาษี เพราะนั่นหมายความว่าทุกคนมีรายได้มากพอที่จะได้เสียภาษีแล้วทุกคนจะจนน้อยลง ประเทศจะถูกพัฒนามากขึ้น สังเกตไหมว่าตอนนี้คนที่โวยวายส่วนใหญ่คือคนที่ไม่ได้เสียภาษี แต่คนที่เสียภาษีจริงๆ ไม่มีสิทธิ์จะโวยวายอะไรเลย แต่หมอกำลังมองคนไทยที่ยากจนด้วยความรักความเมตตา อยากให้เขามีเงินมีรายได้มากพอที่จะเสียภาษี และเมื่อนั้นเราจะเข้าสู่ประเทศที่เจริญแล้ว ความสำเร็จเมื่อ GDP เพิ่มขึ้น อาจเพิ่มขึ้นจากการที่มีต่างชาติเอาเงินมาลงทุน และอาจไปอยู่ในมือไม่กี่ตระกูลในประเทศไทย แต่การที่จะสำเร็จอย่างแท้จริงนั้นคือการที่ประเทศชาติรุ่งเรืองเมื่อคนไทยทุกคนมีอันจะกิน คนไทยทุกคนลืมตาอ้าปากได้มีรายได้มากพอจะเสียภาษี เมื่อนั้นคือเราประสบความสำเร็จ ไม่ใช่รวยเพราะ GDP สูงขึ้น

เชื่อว่าหลังจากที่ทุกคนได้อ่านบทสัมภาษณ์ VIP ฉบับนี้แล้วจะได้แนวทางในการดำเนินชีวิตทั้งในเรื่องของการทำงาน การใช้ชีวิตส่วนตัวและการร่วมรับผิดชอบต่อส่วนรวม ให้เกิดผลสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืนในทุกมิติแบบ 360 องศา แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์ ถือเป็นผู้หญิงต้นแบบของสังคมไทยในยุคปัจจุบัน ที่ไม่ได้สวยเพียงภายนอกเท่านั้น แต่สวยทางความคิด ทางจิตใจที่หลายๆ คนสามารถสัมผัสได้ผ่านรูปแบบการทำธุรกิจและกิจกรรมเพื่อสังคมมากมายอย่างยาวนานกว่า 20 ปี

TV360 : เพราะนี่คือ ทีวี!! สามร้อยหกสิบองศา © 2017 All Rights Reserved

Footer Logo